บริษัทในจีนต้องการโคลนสัตว์เลี้ยงโดยถ่ายโอนความทรงจำด้วย

บริษัทในจีนต้องการโคลนสัตว์เลี้ยงโดยถ่ายโอนความทรงจำด้วย การโคลนนิ่งสิ่งมีชีวิตเชิงธุรกิจเกิดขึ้นแล้วมาได้สักพักแล้ว บริษัทไบโอเทคในจีนชื่อ Sinogene เริ่มเปิดให้บริการโคลนนิ่งสุนัขและแมวตั้งแต่ปี 2018   “แมวของฉันตายจากโรคระบบทางเดินปัสสาวะ ฉันตัดสินใจที่จะโคลนเขาเพราะเขาช่างพิเศษและน่าจดจำ” เจ้าของแมวชื่อ “ต้าซ่วน” ซึ่งแปลว่า “กระเทียม” กล่าว   ปัจจุบันต้าซ่วนมีอายุประมาณ 1 เดือน มันมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนตัวต้นแบบที่ตายไปแทบทุกอย่าง แต่ก็ยังมีความแตกต่างทางลักษณะนิสัย และจะมีความทรงจำของตัวเองที่สร้างขึ้นใหม่ ไม่ได้ถ่ายทอดมาจากต้นแบบ หรืออักนัยหนึ่งคือยังเป็นแมวคนละตัวนั่นเอง ซึ่งประเด็นนี้เป็นเป้าหมายต่อไปของบริษัทที่ให้บริการโคลนนิ่งอย่าง Sinogene   “เพื่อให้สัตว์เลี้ยงที่โคลนขึ้นมามีความทรงจำเดียวกันกับตัวต้นแบบ บริษัทกำลังพิจารณาใช้ AI หรือ Man-Machine Interface Technology (การเชื่อมต่อระหว่างคนกับเครื่องจักร) เพื่อส่งผ่านความทรงจำไปยังตัวโคลนด้วย” ผู้จัดการทั่วไปของ Sinogene กล่าวในงานแถลงข่าว   แม้ในปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่รองรับการถ่ายทอดความทรงจำของสิ่งมีชีวิตโดยตรง แต่เรื่องนี้ก็เป็นสัญญาณว่าความต้องการสัตว์เลี้ยงที่เหมือนกันทั้งทางกายภาพและความทรงจำมีอยู่จริง และเมื่อมีความต้องการ ความเป็นไปได้ก็อยู่ไม่ไกล รวมถึงในอนาคตที่ไกลกว่านั้น การโคลนนิ่งมนุษย์อาจจะเกิดขึ้นจริงก็ได้   การโคลนิ่งสิ่งมีชีวิตถือเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานว่าถูกต้องตามหลักจริยธรรมหรือไม่ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตที่โคลนขึ้นมาจะไม่แข็งแรงเท่า และมีอายุขัยที่สั้นกว่าสิ่งมีชีวิตที่เกิดตามธรรมชาติ แต่ด้วยความรักที่มีต่อสัตว์เลี้ยงของเขา และความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี คนจำนวนมากก็ยังต้องการให้สัตว์เลี้ยงของพวกเขากลับมามีชีวิตอีกครั้งอยู่ดี   ที่มา : futurism

British Airways ทดลองให้บริการความบันเทิงด้วย VR บนเครื่องบิน

British Airways ทดลองให้บริการความบันเทิงด้วย VR บนเครื่องบิน British Airways สายการบินยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ เริ่มโครงการนำร่องใหม่ โดยประกาศจะให้บริการชุดอุปกรณ์ VR สำหรับความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์และสารคดีต่างๆ ทั้งในรูปแบบสองมิติ, สามมิติ และ 360 องศา โดยจะเริ่มให้บริการในชั้น First Class ของเที่ยวบินระหว่างสนามบิน Heathrow ลอนดอน และสนามบิน JFK นิวยอร์ก จนถึงสิ้นปีนี้ก่อน ข้อดีของการรับชมเนื้อหาจากอุปกรณ์ VR นอกจากจะได้รับประสบการณ์ที่เต็มอิ่มกว่าจอแบบเดิม คือผู้โดยสารสามารถรับชมได้ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด เช่น เอนหลังนอน ซึ่งเป็นข้อจำกัดของจอแบบเดิม โดยชุดอุปกรณ์ VR ที่ใช้จะเป็นของ SkyLights ซึ่งมีลักษณะเด่นที่น้ำหนักเบากว่าเจ้าอื่น (เพียง 250 กรัม) และ SkyLight ยังได้ร่วมมือกับ Air France และ Sri Lankan Airlines เพื่อให้บริการอุปกรณ์ VR ในเลานจ์อีกด้วย […]

5 สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนเพื่อโลกของเรา

5 สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนเพื่อโลกของเรา ภาวะโลกร้อนและปัญหามลพิษที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน นอกจากส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเราโดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและอื่น ๆ เป็นลูกโซ่ เรามาดูกันว่าในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมอะไรที่สามารถช่วยโลกของเราให้อยู่ไปอีกนานแสนนานได้บ้าง พลังงานสะอาด ปัจจุบันพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียนยังมีสัดส่วนการใช้งานที่น้อย เมื่อเทียบกับพลังงานรูปแบบเดิมที่สร้างมลพิษ เนื่องจากข้อจำกัดของแหล่งพลังงานแต่ละประเภท แต่ด้วยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่น้อยกว่ามาก และการที่แหล่งพลังงานฟอสซิลค่อย ๆ หมดลง ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราต้องพึ่งพาพลังงานสะอาดเหล่านี้ในอนาคต   รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบนั้นไม่ปล่อยมลพิษแบบรถใช้น้ำมัน ทำให้เป็นแนวทางที่สมบูรณ์แบบในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ในปัจจุบันรถพลังงานไฟฟ้ายังมีราคาสูงและเข้าถึงได้ยาก ซึ่งบริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่กำลังเน้นพัฒนา ทำให้ในอนาคตจะมีราคาถูกลงและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะใช้รถพลังงานไฟฟ้าแทนรถที่ใช้น้ำมันทั้งหมด ภายในปี ค.ศ. 2030-2040 อีกด้วย Internet of Things เทคโนโลยี Internet of Things สามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพและประหยัดการใช้พลังงานได้ เช่น การสั่งเปิด-ปิดไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในอาคารผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือปรับการทำงานของอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อประสิทธิภาพและความประหยัด เมื่อรวมกันทั้งประเทศแล้ว คาดว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานภายในประเทศได้ถึง 20% เลยทีเดียว พลาสติกย่อยสลายได้ ปัญหาขยะก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะขยะพลาสติกซึ่งปล่อยก๊าซมีเทนและเอธิลีนเมื่อถูกแสงแดด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของก๊าซเรือนกระจก และยังสะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอีกด้วย Biodegradable Plastic หรือพลาสติกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ […]

CSV ทางเลือกใหม่ขององค์กร ในการสร้างคุณค่าให้สังคม

CSV ทางเลือกใหม่ขององค์กร ในการสร้างคุณค่าให้สังคม คงไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า CSR (Corporate Social Responsibility) หรือการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นสิ่งที่องค์กรขนาดใหญ่ให้ความสำคัญเสมอมา แต่ในช่วงหลังมีรูปแบบการสร้างคุณค่าต่อสังคมอีกรูปแบบ คือ CSV (Creating Shared Value) หรือการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ที่องค์กรเริ่มหันมาศึกษาและพัฒนา มาดูกันว่าสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร CSR ถึงแม้เป็นการรับผิดชอบต่อสังคม แต่ก็ยังมีมุมมองที่เห็นว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์และไม่ได้สร้างประโยชน์อย่างแท้จริงซักเท่าไร รวมถึงอาจจะไม่ตรงจุดที่สังคมต้องการ เพราะเป็นเหมือนการจัดการที่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ปัญหาหรือสร้างคุณค่าที่กระบวนการการทำงานขององค์กร เหมือนเป็นการสร้างปัญหาแล้วจึงมาช่วยเหลือภายหลัง CSV ถ้าแปลตรงตัวก็คือ การสร้างคุณค่าร่วมกัน ขององค์กร, ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อธุรกิจ เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในแต่ละขั้นตอนขององค์กรให้เกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคมมากที่สุด ร่วมกันสร้างกำไร และสร้างผลเสีย เช่นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด แต่องค์กรไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง CSR หรือ CSV เพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ร่วมกันได้ คือใช้ CSV ในกระบวนการการทำงานให้เกิดประโยชน์และคุณค่าสูงสุดต่อส่วนรวม และเมื่อได้ผลกำไรก็นำมาจัดกิจกรรมเพื่อสังคม CSR อีกครั้ง เป็นการรับผิดชอบสังคม ทั้งในกระบวนการทำงานและการแบ่งปันผลกำไรให้กับสังคมส่วนรวมอีกด้วย

Internet of Things ตัวช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ให้ทุกอย่างง่าย ไม่มีสะดุด

Internet of Things ตัวช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ให้ทุกอย่างง่าย ไม่มีสะดุด การเชื่อมโยงกันของคนทั้งโลกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่เข้ามาขยายขอบเขตการเชื่อมต่อในปัจจุบันคือ Internet of Things ที่ทำให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้เราจะได้เจอกับคำว่า IoT จากสื่อต่างๆมากมาย แต่นอกจาก IoT จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันของเราทุกคนแล้ว ยังสามารถปรับใช้กับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆได้อีกด้วย ลองมาดูกันว่ามีภาคธุรกิจด้านใดที่สามารถนำ IoT มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง ด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการประมวลผลแบบ Real-Time IoT จะทำให้การผลิตและส่งต่อพลังงานมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้นในทุกขั้นตอน เช่นตรวจสอบสถานะการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆในระบบแบบ Real-Time ซึ่งจะช่วยประเมินผลและป้องกันเหตุขัดข้องได้ล่วงหน้า ช่วยให้ระบบทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ในด้านการส่งต่อพลังงาน ระบบ Smart Grid ยังสามารถวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้า เพื่อประมาณค่าอุปสงค์การใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งช่วยในการควบคุมการจ่ายไฟฟ้า, การวางแผนสร้างโรงไฟฟ้า และการคิดค่าไฟฟ้าแบบสอดคล้องกับความต้องการอีกด้วย ด้านการแพทย์ รักษาอาการป่วยอย่างต่อเนื่องแม้ไม่นอนโรงพยาบาล IoT สามารถเป็นตัวกลางของระบบที่ช่วยให้แพทย์ดูแลผู้ป่วยได้จากระยะไกล ให้สามารถติดตามผลการรักษาได้อย่างต่อเนื่องแม้ผู้ป่วยพักที่บ้าน ในขณะเดียวกันผู้ป่วยก็จะมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตัวเองมากกว่าการรักษาแบบเดิม จากคำแนะนำที่ต่อเนื่องจากแพทย์ที่ส่งตรงมายังมือถือ ระบบนี้จะสร้างทางออกในราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว เพราะสามารถประหยัดค่าห้องที่ราคาสูง แต่ยังได้รับการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง จากการส่งข้อมูลจากเซนเซอร์ที่ติดตัวผู้ป่วยไปยังแทบเล็ตของแพทย์ ด้านเกษตรกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลจะทำให้ไม่ต้องพึ่งโชคอีกต่อไป เทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศและเซนเซอร์ที่หลากหลาย ทำให้เกษตรกรสามารถเห็นภาพไร่นาและผลิตผลได้อย่างครอบคลุมในเวลาที่ใกล้เคียงความเป็นจริง […]

1 2 3 4 5 6 28