Internet of Things ตัวช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ให้ทุกอย่างง่าย ไม่มีสะดุด

Internet of Things ตัวช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ให้ทุกอย่างง่าย ไม่มีสะดุด

การเชื่อมโยงกันของคนทั้งโลกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่เข้ามาขยายขอบเขตการเชื่อมต่อในปัจจุบันคือ Internet of Things ที่ทำให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้เราจะได้เจอกับคำว่า IoT จากสื่อต่างๆมากมาย

แต่นอกจาก IoT จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันของเราทุกคนแล้ว ยังสามารถปรับใช้กับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆได้อีกด้วย ลองมาดูกันว่ามีภาคธุรกิจด้านใดที่สามารถนำ IoT มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง

ด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการประมวลผลแบบ Real-Time

IoT จะทำให้การผลิตและส่งต่อพลังงานมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้นในทุกขั้นตอน เช่นตรวจสอบสถานะการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆในระบบแบบ Real-Time ซึ่งจะช่วยประเมินผลและป้องกันเหตุขัดข้องได้ล่วงหน้า ช่วยให้ระบบทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

ในด้านการส่งต่อพลังงาน ระบบ Smart Grid ยังสามารถวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้า เพื่อประมาณค่าอุปสงค์การใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งช่วยในการควบคุมการจ่ายไฟฟ้า, การวางแผนสร้างโรงไฟฟ้า และการคิดค่าไฟฟ้าแบบสอดคล้องกับความต้องการอีกด้วย

ด้านการแพทย์ รักษาอาการป่วยอย่างต่อเนื่องแม้ไม่นอนโรงพยาบาล

IoT สามารถเป็นตัวกลางของระบบที่ช่วยให้แพทย์ดูแลผู้ป่วยได้จากระยะไกล ให้สามารถติดตามผลการรักษาได้อย่างต่อเนื่องแม้ผู้ป่วยพักที่บ้าน ในขณะเดียวกันผู้ป่วยก็จะมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตัวเองมากกว่าการรักษาแบบเดิม จากคำแนะนำที่ต่อเนื่องจากแพทย์ที่ส่งตรงมายังมือถือ

ระบบนี้จะสร้างทางออกในราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว เพราะสามารถประหยัดค่าห้องที่ราคาสูง แต่ยังได้รับการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง จากการส่งข้อมูลจากเซนเซอร์ที่ติดตัวผู้ป่วยไปยังแทบเล็ตของแพทย์

ด้านเกษตรกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลจะทำให้ไม่ต้องพึ่งโชคอีกต่อไป

เทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศและเซนเซอร์ที่หลากหลาย ทำให้เกษตรกรสามารถเห็นภาพไร่นาและผลิตผลได้อย่างครอบคลุมในเวลาที่ใกล้เคียงความเป็นจริง รวมกับความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจหาความผิดปกติของพืชผล เพื่อดำเนินการแก้ไขได้ทันท่วงที

ข้อมูลการเพาะปลูก ทั้งดิน, น้ำ, อากาศ, ปัญหาโรคและศัตรูพืช จะถูกนำมาประมวลผลเพื่อวางแผนการเพาะปลูกที่เหมาะสม รวมถึงการวางแผนเพาะปลูกล่วงหน้า ช่วยเพิ่มผลผลิต และประหยัดต้นทุน ทำให้เกษตรกรไม่ต้องหวังพึ่งโชคชะตาอย่างที่ผ่านมา

ด้านการขนส่ง การเชื่อมต่อจะสร้างการขนส่งที่ควบคุมได้มากขึ้น

IoT สามารถสร้างระบบขนส่งที่ส่งข้อมูลต่างๆแบบ Real-Time เพื่อดำเนินการและจัดการได้อย่างรวดเร็ว และดูแลรักษาระบบหรืออุปกรณ์ต่างๆในเชิงป้องกัน ก่อนที่จะเกิดความขัดข้องกับชิ้นส่วนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ เป็นการลดช่วงเวลา Downtime ของการขนส่งลง

การติดตามการขนส่งได้อย่างแม่นยำ จะทำให้ธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่ทั้งหมดสามารถจัดการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งเรื่องเส้นทางการขนส่ง, การจัดการพนักงาน และการวางแผนโดยภาพรวม  ช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำและประหยัดเวลาในการดำเนินการมากขึ้น

ภาคการผลิตและ Supply Chain ทุกขั้นตอนการผลิตลื่นไหลด้วยระบบอัตโนมัติ

กระบวนการผลิตจะควบคุมการทำงานได้ด้วยตัวเอง และดำเนินการแก้ไขเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุขัดข้องแบบที่ไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า โดยจะมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆได้เองโดยอัตโนมัติจากการนำข้อมูล Real-Time มาใช้

อุปกรณ์ดิจิทัลทุกชิ้นในโรงงานจะรายงานสถานะของอุปกรณ์ และสามารถใช้มือถือของเจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลการดำเนินการได้ นอกจากนี้ตัวเซนเซอร์ของอุปกรณ์สวมใส่จะติดตามตำแหน่งของพนักงานแต่ละคน ซึ่งจะช่วยในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินได้

ด้านการศึกษา เชื่อมต่อห้องเรียนเข้ากับประสบการณ์จริง

IoT จะเชื่อมต่อห้องเรียนให้ออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเข้าถึงเนื้อหาได้ใกล้เคียงความเป็นจริง ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในหนังสือเรียน รวมถึงสามารถใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อจัดบทเรียนที่สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของนักเรียนแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

IoT ยังสามารถเป็นตัวกลางให้ครูผู้สอนตรวจสอบและติดตามพัฒนาการ, การเข้าร่วมกิจกรรม และผลการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นใช้สมาร์ทแท็กตรวจสอบการเข้าเรียน, การร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า Internet of Things สามารถเข้ามามีบทบาทกับแทบทุกภาคส่วน ซึ่งจะช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตให้เป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยความสามารถคือการทำให้ง่ายและจัดการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการควรเริ่มให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดในอนาคตนั่นเอง